Loading...
หน้าแรก Uncategorized เปิดใจเส้นทางการเป็นนักร้องสุดทรหดของ”ไผ่ พงศธร”(คลิป)

เปิดใจเส้นทางการเป็นนักร้องสุดทรหดของ”ไผ่ พงศธร”(คลิป)

แบ่งปัน

พูดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักร้องลูกทุ่งขวัญใจแฟนคลับทั่วประเทศ สำหรับ “ไผ่ พงศธร” รวมทั้งยังมีผลงานเพลงออกมาให้แฟนคลับได้ฟังล้นหลาม

แต่ว่ากว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ มามีชื่อเสียงแบบนี้ “ไผ่” ก็ฝ่าฟันอุปสรรคมาแล้วมากมาย

ปัจจุบัน “ไผ่ พงศธร” มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง ONE31 ที่มี “พีเค ปิยะวัฒน์” แล้วก็ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกร

พร้อมกับเอ๋ยถึงความสัมพันธ์กับนักร้องรุ่นพี่ “ต่าย อรทัย” ว่าจริงๆแล้วเป็นเพียงแค่คู่จิ้นหรือว่าคู่จริง

พอโตมาเราเป็นซุปตาร์อย่างนี้เลยไหม?

ไผ่ : “สมัยก่อนผมเป็นลูกชาวไร่ชาวนา สมัยก่อนผมไม่มีบ้าน ผมอยู่ทุ่งนา เวลาเดินไปเรียนจะต้องเดินไป 3-4 กิโลเมตร

อาศัยเถียงนาเป็นบ้าน ในความลำบากที่ตรงนั้นมันเป็นเรื่องปกติสำหรับเรา แต่ว่าคนอื่นบางทีอาจจะมองว่าลำบาก”

สถานะครอบครัวเป็นยังไง?

ไผ่ : “ก็ชาวนาคนนึง พี่สาวส่งเงินมาทุกบาทมันมาลงที่เรา”

ตอนเข้ากรุงเทพมหานครมาอาชีพแรกที่ทำเป็นอย่างไร?

ไผ่ : “ร้านลาบครับ ตอนปิดภาคการศึกษาเราก็มาช่วยตลอด แต่ว่าเรามิได้เป็นค่าจ้างรายเดือนนะ เขาอยากให้ก็ให้

เพราะเหตุว่ามันคือธุรกิจทางบ้าน เราเคยพิสูจน์ตนเองอยากทำงานที่อื่น แต่ว่าสุดท้ายก็ไปไม่รอด ก่อนที่จะผมจะมาช่วยเขาขายลาบ

ผมเคยชกมวย ค่าตัว 150 บาท ไปซื้อรองเท้า เสื้อผ้าที่เราอยากได้ และจากนั้นก็รำตามหมู่บ้าน”

เส้นทางการเป็นนักร้องมันไม่ได้ง่ายเลย?

ไผ่ : “มันชั่วข้ามคืน ก่อนที่ผมจะเป็นนักร้อง ผมรู้จักกับหยก ลูกหยี ซึ่งเป็นผู้จัดการคนแรกเลย พี่เขาพาผมไปนั่งดูเขาซ้อมเพลงในห้องอัดแถวลาดพร้าว

แล้วอาจารย์สมพรเป็นคนถามผมว่าร้องเพลงเป็นไหม ผมก็ร้องเพลงให้เขาฟัง เขาก็บอกให้ทำเดโม่

ต่อจากนั้นพี่หยกไปที่จังหวัดอุบลราชธานีแล้วไปพบครูสลา ครูก็ถามว่าใครร้อง ครูบอกให้พามาเทสเสียง จากนั้นผมก็กลับมาขายลาบเหมือนเดิม

ขายอยู่เป็นปี เขาก็โทร.มาบอกว่ามาที่บริษัท ผมไม่รู้เลยว่าเขาจะพาผมไปทำอะไร เขาก็ให้ผมเซ็นเอกสาร แล้ววันนั้นเป็นวันแรกที่ผมเจอครูสลา”

ช่วงก่อนที่จะเป็นนักร้องดังเคยลำบากเหลือเงิน 5 บาท?

ไผ่ : “ช่วงนักร้องที่ลำบากน่าจะเป็นช่วงที่เซ็นสัญญา และอยากพิสูจน์ตัวเองอยู่ด้วยตัวเอง ตอนนั้นเหมือนเราเข้ามาใหม่ๆไม่ได้มีอะไร

ผมได้ว่าวันนั้นผมอยู่กับหลาน ผมเหลือเงินอยู่ 5 บาท

เขาก็ไปทำงานกันหมดไม่รู้เรื่องทำไงก็ไปซื้อข้าวมาถุงนึงแล้วขอซอสเขามาคลุกข้าว รวมทั้งกินน้ำประปา

ในตอนนั้นก็มีการขึ้นรถเมล์ โดยที่ไม่ต้องจ่ายเขา เพราะเหตุว่าไม่มีเงินจ่ายเขาก็ไล่ลง”

ตอนนั้นลำบากสุดเลยไหม?

ไผ่ : “ตอนที่เราเป็นเด็กมันก็ลำบากแบบนั้นแหละพี่ เราดำเนินชีวิตอย่างนั้นมาตลอด มีก็กิน ไม่มีก็ไม่เป็นไร เมื่อก่อนหิวข้าวเราก็ถือเเหไปหว่านก็ได้กิน

แต่ว่าชีวิตในกรุงเทพมันไม่ง่ายเหมือนที่เราคิด สุดท้ายมันก็ไปจบที่ร้านลาบเหมือนเดิม

ซึ่งภายหลังที่เซ็นสัญญาเป็นศิลปินแกรมมี่ผมก็ไม่ได้ทำงานเลย 2 ปีภายหลังจากเซ็นจะได้ออกอัลบั้มชุดแรก

แล้วก็หลังจากนั้นบริษัทก็ช่วยเหลือให้ผมมาอยู่แถวรัชดา แล้วก็ไปวงพี่ไมค์”

Loading...

ตอนนั้นคนเริ่มรู้จักหรือยัง?

ไผ่ : “ยังครับ ขนาดออกอัลบั้มยังไม่รู้จักเลย เงียบมาก 8-9 เดือน เขาจะถอดแล้ว คือมันไม่ไหวแล้ว ทำงานมันต้องได้กำไร ทางผู้บริหารก็คุยกับครูที่ดูแลผม”

พีคมากๆกับคนบ้านเดียวกัน ตอนที่ร้องเพลงนี้คิดไหมว่าจะดัง?

ไผ่ : “ไม่คิดครับ เหมือนกันทุกอัลบั้ม เราทำงานเสร็จปุ๊บอยู่ที่คนฟังว่าเขาจะคิดอย่างไรมากยิ่งกว่า เราก็ดีใจที่คนฟังเพลง หลังจากนั้นก็มีงาน มีเงินเยอะขึ้น”

ณ จุดไหนที่เราดังมากๆแล้วเริ่มที่จะฟุ่ง?

ไผ่ : “ลืมตัวใช่ไหม ผมว่าคนมีชื่อเสียงหลายๆท่าน หรือนักร้องหลายๆเขาเรียกว่าอะไร…เราไม่เคยเจอ ทุกคนอวยเรา เราเริ่มรู้สึก

สมัยก่อนเคยเดินไปตักน้ำแก้วนึง ทุกวันนี้เริ่มรู้สึกนั่งเฉยๆแล้วมีคนเอาน้ำมาให้

กลายเป็นช่วงนั้นเริ่มตวาดทีมงานทั้งที่ผมไม่เคยทำ จนถึงรู้สึกว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเสียคนรอบข้างร้อยเปอร์เซ็นต์ ถามว่ามีคนพูดไหม

มันไม่มีคนพูดหรอก แต่ว่าทุกคนเริ่มไม่เข้าใกล้ ผมก็เลยตัดสินใจไปบวชก่อนดีกว่า

อีกหนึ่งอย่างที่ไม่เคยรู้คือพี่ไผ่มีของดีไม่รู้ว่าได้มาจากเกจิอาจารย์ดังท่านใด?

ไผ่ : “เป็นรอยเท้ากับฝ่ามือแม่ผม ผมไปหาครูบาอาจารย์เยอะมาก แต่ว่าที่สุดแล้วอาจารย์ทุกรูป ทุกองค์บอกคำแรก

คำเดียวเลยว่าไม่จำเป็นต้องไปหาของดีที่ไหน อยู่ที่บ้านนั่นแหละ

หากไม่มีพระ 2 รูปนี้คุณไม่มีเนื้อหนังมานั่งกราบพระอาจารย์อย่างผมหรอก คุณไม่มีชีวิตที่เป็นนักร้องหรอก คุณไม่มีสังขารที่จะไปทำความดีหรืออะไรก็ตาม มันต้องเริ่มจากตรงนั้น”

ตกลงความสัมพันธ์กับคุณต่ายจริงหรือจิ้นกันไปเอง?

ไผ่ : “จริงๆมันเริ่มต้นจากคนเห็นภาพเราถ่ายรูปคู่กันบ่อยๆแต่คนเขาว่าน่าจะเป็นคนรักกัน จริงๆมันก็เล่นกันแบบพี่สาว น้องชาย”

แฟนคลับเขาเชียร์ขนาดนี้มีโอกาสไหม?

ไผ่ : “ตอนนี้ก็ยังเป็นพี่สาว น้องชายกันปกติ ผมชอบพี่ต่ายในฐานะไอดอล คือผมมองเห็นเขาทำงานตั้งแต่ผมยังเรียนอยู่”

แล้วตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อไผ่มีคนดูแลหัวใจหรือยัง?

ไผ่ : “ผมก็มีคนคุย ก็ทั่วไปเป็นกำลังใจ

เคยกลัวไหมถ้าวันหนึ่งเปิดตัวแฟนแล้วเรตติ้งจะตก?

ไผ่ : “ผมไม่กลัวหรอก ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าใครก็ตามชีวิตต้องมีครอบครัว”

ติดตามรายการคุยแซ่บ Show ได้ทุกๆวันจันทร์-วันศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31

Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ดูคลิป

ขอบพระคุณข้อมูลรวมทั้งภาพจาก: Orange Mama, Phongsathon Srijun, Tai Orathai

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here