หน้าแรก Uncategorized “ผงชูรส” ทำมาจากอะไร ทำไมทำให้อาหารอร่อยได้

“ผงชูรส” ทำมาจากอะไร ทำไมทำให้อาหารอร่อยได้

แบ่งปัน

สำหรับหลายๆบ้าน เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องทำอาหารสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ “ผงชูรส” เพราะว่ามันช่วยทำให้อาหารที่เราปรุงอร่อยขึ้น ซึ่งผงชูรสเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมรสชาติของ อาหารอย่างมีประสิทธิภาพมานานเกือบ ศตวรรษ

ส่วนประกอบหลักของผงชูรส คือกรดอะมิโน ที่มีชื่อว่า “กรดกลูตามิก” หรือ “กลูตาเมต” ซึ่งเป็นองค์ประกอบตามธssมชาติที่เจอได้ในอาหารแทบทุกจำพวก

พวกเราจะมาทำความรู้จัก กับผงชูรสให้มากยิ่งขึ้นอย่างถูกต้อง รวมถึงการใช้ผงชูรสในการปรุงอาหารอย่างเหมาะสมอีกด้วย ผงชูรส

ผงชูรสผลิตจากอะไร?

คำตอบคือ ผงชูรสผลิตขึ้นมาจากกระบวนการหมักเช่น เดียวกับเบียร์ น้ำส้มสายชู หรือโยเกิร์ต โดยกระบวนการผลิตจะเริ่มจากการหมักกากน้ำตาลจากอ้อย

หรือน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบธssมชาติโดยผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ได้จะเป็นผลึกขๅวบริสุทธิ์ ละลายน้ำได้ง่าย และก็กับอาหารได้ทุกชนิด

จะใช้ผงชูรสในการปรุงอาหารอย่างไร?

ผงชูรสจะช่วยเสริมรสชาติของอาหารหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือผัก โดยจะช่วยให้ของกินมีรสชาติเด่นชัดขึ้น ของกินจำพวกซุป แกงจืด เกรวี่สำหรับราดสเต็ก

น้ำจิ้มต่างๆก็เป็นตัวอย่างของอาหารที่มีรสชาติที่อร่อยมากขึ้นเมื่อเติมผงชูรสในปริมาณที่เหมาะสม

ผงชูรสเป็นสารแต่งรสอาหารที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยและจะเข้ากันได้ดีกับของกินรสเค็มและเปรี้ยว แต่ว่าจะมีผลน้อยมากเมื่อเติมในอาหารรสหวานและขม การเติมผงชูรสลงในอาหารก็คล้ายกับการเติมเครื่องปรุงรสทั่วๆไป

อาทิเช่น เกลือ น้ำตาล และก็พริกไทย โดยจำนวนการใช้ผงชูรสอย่างเหมาะควรจะอยู่ในระดับเดียวกับจำนวนกลูตาเมตในอาหารธssมชาติ คือ 0.1 – 0.8% ของอาหาร

หรืออาจกล่าวได้ ว่าโดยประมาณผงชูรส 1 ช้อนชาเหมาะสมที่จะใช้สำหรับเพื่อการทำกับข้าวที่ เป็นเนื้อสัตว์ 1 กก. หรือทำกับข้าวชนิดผักแล้วก็ซุปหรือแกงจืด 1 หม้อ สำหรับเสิร์ฟ 4 – 6 ที่มัน-1

นอกจากนั้นผงชูรสเองก็มีคุณลักษณะจำกัด ตนเองในด้านรสเหมือนกันกับเกลือ พริก ไทย รวมทั้งน้ำส้มสายชู การใช้สารแต่งรสกลุ่มนี้เกินกว่าจำนวนที่สมควร

จะไม่ช่วยทำให้รสชาติดของของกินดียิ่งขึ้น มองเห็นได้จากการใส่เกลือหรือพริกไทยในของกินในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะมีผลให้อาหารเค็มเกินไป มีรสชาติไม่เป็นที่ปรารถนา

ซึ่งเมื่อมาพิจารณาปริมาณกลูตาเมตที่เติมลงไปในอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติแล้ว จะพบว่ามีจำนวนเพียงบางส่วน เมื่อเทียบกับจำนวนกลูตาเมตทั้งสิ้นที่พวกเราได้รับ

ในทุกๆวันโดยเฉลี่ยมนุษย์จะได้รับกลูตาเมตจากอาหารโปรตีน 10 กรัม และกลูตาเมตอิสระอีกกว่า 1 กรัมต่อวัน

นอกจากนี้ร่างกายยังสามารถสร้างกลูตาเมต อิสระได้เอง เพื่อใช้ในระบบอื่นๆอีกวันละ 50 กรัม แต่ว่ากลูตาเมตที่ได้รับจากการเติมผงชูรสลงในของกินจะอยู่ ที่ 1.5 กรัมหรือ 0.1 ช้อนโต๊ะ / คน / วันเท่านั้uผงชูรส-1

เว้นแต่กลูตาเมตเป็นสารให้รสชาติที่มีในธรรมชาติแล้วในเห็ดหอม เนื้อสัตว์ ปลา รวมทั้งกุ้งนั้น ก็ยังมีสารที่ให้รสของอูมามิอีกกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อว่า นิวคลีโอไทด์อยู่ด้วย สารในกลุ่มนี้เป็นต้นว่า อิโนซิเนต (Inosimate)

รวมทั้งกัวนิเลต (Guanylate) และก็เมื่อลองคิดดูรายการอาหารที่เราคุ้นเคย เช่น ผัดผักคะน้ากับปลาเค็ม ผัดผักกระเฉดใส่หมูกรอบ ผัดผักกาดขๅวใส่เห็ดหอม หรือพิซซ่าซึ่งมีมะเขือเทศกับชีส

หลายๆคนบางทีอาจสงสัยว่าเพราะเหตุไรการจับคู่ของผักกับเนื้อสัตว์ในการทำอาหาร ก็เลยนำมาซึ่งรสชาติอร่อยที่พวกเราชื่นชอบได้

คำตอบก็คือจากความชาญฉลาดสำหรับเพื่อการปรุงอาหารของบรรดาพ่อครัวแม่ครัวในการจัดคู่ผักที่เป็นแหล่งของนิวคลีโอไทด์ เพื่อช่วยทำให้ของกินมีรสชาติอร่อยมากเพิ่มขึ้นนั่นเอง

จะมองเห็นได้ว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมของของกินที่เป็นแหล่งของกลูตาเมตและก็นิวคลีโอไทด์จะช่วยทำให้อาหาร มีรสชาติดียิ่งกว่าเมื่อมีอาหารดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่ง

แหล่งที่มา: ไข่เจียว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here